เทรนด์การตลาดที่มาแรงในประเทศไทย

มาคิดเล่นๆกันเลยดีกว่าว่าประเทศใดเป็นหัวหน้าของโลกในด้านการใช้แรงงานอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือ จริงๆแล้ว พวกเราบอกใบ้คำตอบเอาไว้ภายในชื่อบทความนี้แล้ว แต่ว่าคุณอาจยังไม่เชื่อสายตาตนเองว่าคำตอบก็คือเมืองไทยนั่นเอง เมืองไทยเป็นสังคมที่ก้าวสู่ของใหม่ใหม่อย่างเต็มรูปแบบ โดยผู้ใช้ละเลยเดสก์ท็อปแล้วก็หันไปใช้งานออนไลน์ผ่านสมาร์ทโฟนเป็นหลัก และก็พวกเรายังติดอันดับ 10 ประเทศที่ใช้เวลาสำหรับในการรับดู YouTube และเล่นสล็อตw88 สูงสุดอีกด้วย ซึ่งมีต้นเหตุที่เกิดจากยอดดูวิดีโอผ่านมือถือที่มากขึ้นถึง 90% เมื่อเทียบกับปีกลายหน้า

เห็นการเติบโตในระดับนี้แล้ว ก็ถึงเวลาที่พวกเราจะต้องดูแนวทางถัดไปในอนาคต และกรรมวิธีคิดแผนของนักการตลาดเพื่อรองรับอนาคตที่ใกล้เข้ามาทุกครั้ง ภายหลังจากมองดูแนวโน้มอนาคต (จากการค้นคว้าทั้งยังข้างในแล้วก็ข้างนอกบริษัท) ประกอบกับการสนทนากับนักการตลาดทั่วไทย ผมก็เลยคาดเดา 2 แนวทางที่อุตสาหกรรมของพวกเราน่าจะเป็นในอนาคต

บริษัทจะไม่แยกการตลาดออนไลน์ออกจากออฟไลน์อีกต่อไป

หากคุณลองตรวจแบรนด์หรือเอเจนซีต่างๆของไทย จะพบว่าโดยมากยังมีเส้นกันบางๆที่แยกการตลาดออฟไลน์กับออนไลน์อยู่ หลายๆบริษัทมีข้างซื้อสื่อ นักวางแผน และก็ครีเอทีฟโปรโมทแบบเริ่มแรก และก็ยังมีภาคส่วนรวมทั้งกลุ่มที่ปฏิบัติภารกิจเหมือนกัน แต่เป็นในส่วนดิจิทัล แคมเปญต่างๆชอบได้รับการพินิจพิเคราะห์จากมุมมองการตลาดเริ่มแรกก่อน แล้วและก็ตามด้วยมุมมองดิจิทัลในตอนหลัง

แบรนด์ต่างๆจะคิดทบทวนกลยุทธ์สำหรับเว็บไซต์ในโทรศัพท์เคลื่อนที่เสียใหม่

พวกเราอยู่ในโลกของโทรศัพท์มือถือ แล้วก็แบรนด์ส่วนมากก็มีต้นเหตุที่เกิดจากโลกของโทรศัพท์เคลื่อนที่เช่นเดียวกัน พลเมืองไทยมีอัตราการใช้สมาร์ทโฟนมากถึง 70% รวมทั้งมียอดจำหน่ายสมาร์ทโฟนปีละ 15 ล้านเครื่อง3 เวลาสำหรับในการรับดู YouTube 65% ในไทยนั้นมาจากโทรศัพท์เคลื่อนที่ แล้วก็ยอดการค้นหาเกินครึ่งทั่วทั้งโลกก็มาจากโทรศัพท์มือถือเช่นเดียวกัน

แบรนด์หลายๆแบรนด์ในไทยคว้าช่องทางในโลกที่โทรศัพท์เคลื่อนที่ด้วยการใช้กลยุทธ์ที่ให้ความเอาใจใส่กับแอปเป็นอันดับแรกสำหรับในการเชื่อมต่อกับลูกค้า หากว่ากลยุทธ์นี้จะใช้ได้ดีมาจนกระทั่งเวลานี้ แต่ งานศึกษาเรียนรู้ของพวกเราก็ทำให้เห็นว่าแอปลดความสำคัญลง ผู้ใช้สมาร์ทโฟนคนไทยโดยเฉลี่ยใช้แอปเพียงแต่ 24% จากแอปในโทรศัพท์ 32 แอป (โดยเฉลี่ย) ต่อวัน 2 สิ่งที่น่าดึงดูดอีกอย่างก็คือแต่ละเดือนผู้ใช้ในไทยโดยเฉลี่ยจะจัดตั้งแอป 4 แอป แล้วก็ถอนการติดตั้งแอป 3 แอป