Search Engine มีผลต่อธุรกิจของคุณอย่างไร ?

หลายท่านคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า ในปัจจุบัน Internet เข้ามาอิทธิพลต่อชีวิตประจำวันของมนุษย์เป็นอย่างมากโดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจนั้น มีผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะในอดีต เราทำธุรกิจโดยการติดต่อสื่อสารและการโฆษณาประชาสัมพันธ์ธุรกิจของเราโดยผ่านสื่อต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์และโทรศัพท์เป็นต้น ซึ่งสิ่งที่กล่าวมานี้ จะมีค่าใช้จ่ายสูง และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้น้อยและอาจจะไม่ตรงจุด แต่ในปัจจุบัน เมื่อสื่อ internet เข้ามามีบทบาทกับมนุษย์มากขึ้น ทำให้การดำเนินธุรกิจเปลี่ยนไป และทำได้ง่ายขึ้น โดยแต่ละบริษัทได้มีเว็บไซต์ประจำบริษัท ของตนเอง ทำให้โลกทัศน์ในการทำธุรกิจกว้างขึ้น สามารถติดต่อธุรกิจกับชาวต่างประเทศได้ ซึ่งแต่เดิม เราจำกัดกลุ่มของลูกค้าอยู่ในแต่ประเทศไทยเท่านั้น  ซึ่งถ้าหากต้องการทำธุรกิจกับลูกค้าต่างประเทศ ท่านต้องมีทุนสูงและ ต้องทำการเดินทางไปต่างประเทศเพื่อติดต่อธุรกิจกับกลุ่มลูกค้า แต่ในปัจจุบัน เราไม่จำเป็นต้องใช้ทุนสูงเพราะเว็บไซต์ของเราสามารถไปได้ทั่วโลก และนอกจากนี้เราไม่จำเป็นต้องเสียวเวลาเดินทางไปต่างประเทศ เพราะเราสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ทางอินเตอร์  ทำให้ประหยัดทั้งเวลา และประหยัดทั้งเงินตรา

 

ที่กล่าวมาข้างต้น ท่านทั้งหลายคงจะเห็นประโยชน์ของอินเตอร์เน็ตและเว็บไซต์แล้ว ไม่มากก็น้อย แต่สิ่งหนึ่งที่จะทำให้เว็บไซต์ของเราเป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้าได้นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอาศัย Search Engine  เพราะว่า  Search Engine   เปรียบเสมือนห้องสมุดใหญ่ ที่คนทั่วโลก ใช้เป็นเครื่องมือในการค้นหาข้อมูลข่าวสารต่างๆ โดยเฉพาะข้อมูลทางธุรกิจ ด้วยเหตุนี้ เมื่อเว็บไซต์ของท่านปรากฏอยู่ใน Search Engine ในอันดับต้นๆ และปรากฏมากที่สุด ย่อมหมายถึงท่านจะเป็นผู้ได้เปรียบทางการตลาดมากที่สุดด้วยเช่นกัน

 

SEO กับ PPC แตกต่างกันอย่างไร ?

SEO ย่อมาจากคำว่า Search Engine Optimization หมายถึง กระบวนการที่จะทำให้ชื่อเว็บไซต์ของคุณ ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดของผลการค้นหาคำ( Search Keyword ) ที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจ หรือบริการของคุณ บนเว็บไซต์ที่เป็น search engine และต้องรักษาอันดับให้อยู่ในระดับที่ดีอยู่เสมอ

 

PPC ย่อมาจากคำว่า PAY-PER-CLICK หมายถึง วิธีการโฆษณาประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ในอินเทอร์เน็ตอีกรูปแบบหนึ่ง โดยอาศัยหลักการของ Search Engine กับจำนวนคนที่คลิกเว็บไซต์ของเรา ผ่านเว็บไซต์ของผู้ให้บริการ ยกตัวอย่าง เช่น google.com ,Yahoo.com เป็นต้น ซึ่งเราจะต้องเสียค่าบริการให้กับผู้ให้บริการ ต่อเมื่อมีผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตคลิกลิงค์ หรือแบนเนอร์เพื่อเข้าชมเว็บไซต์ของเรา ผ่านเว็บไซต์ของผู้ให้บริการ ตามราคาที่เราตกลงไว้ แต่ถ้าผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ต เพียงแค่อ่านลิงค์ หรือแบนเนอร์ของเว็บไซต์ โดยไม่ได้คลิกเพื่อเข้าชมเว็บไซต์ของเรา ทางเราก็ไม่ต้องเสียค่าบริการให้กับผู้ให้บริการแต่อย่างใด

สิ่งที่ทำให้ SEO กับ pay-per-click แตกต่างกันก็คือ

 

SEO ไม่ต้องเสียค่าบริการให้กับผู้ให้บริการ คือ Search Engine (Google,Yahoo,Msn) เมื่อมีผู้คลิกที่ลิงค์หรือแบนเนอร์ของท่าน แต่ต้องใช้ความรู้และทักษะตลอดจนระยะเวลาในการทำให้เว็บไซต์ของท่านติดอันดับใน Search Engine

 

ส่วน PPC นั้น ไม่จำเป็นต้องมีความรู้และทักษะรวมทั้งระยะเวลาในการทำให้ติดอันดับใน Search Engine แต่อย่างใด เพียงแค่คุณมีงบประมาณในการโฆษณาเท่านั้น ก็สามารถใช้งาน PPC ได้ภายใน 15 นาทีทันที แต่ท่านต้องคำนึงอยู่เสมอว่า เมื่อมีผู้ใช้บริการคลิกที่ลิงค์ของเว็บไซต์ท่านเมื่อไร ท่านจะต้องเสียค่าบริการให้กับผู้ให้บริการทันที ตามราคาต่อคลิกที่ตกลงกันไว้

 

ด้วยเหตุนี้ท่านจึงต้องเปรียบเทียบดูว่าเว็บไซต์ของท่านประกอบธุรกิจประเภทไหน และเหมาะสมกับบริการอะไร ระหว่าง SEO กับ PPC

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *